เหรียญ Altcoin ที่น่าจับตามองในปี 2021 (บน Bitkub)

1. ETH : จัดว่าเป็นเงินดิจิตอล ที่มีมูลค่าเป็นอันดับสองของโลกครับ (รองจากบิทคอยน์) โดยมีจุดเด่นในเรื่องของการเปิดโอกาสให้บริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมพัฒนาระบบด้วย และยังมีจุดขายในเรื่องของการทำ Smart Contract (การกำหนดการใช้งานเฉพาะ ของเงินดิจิตอล เช่น กำหนดให้ใช้กับสินค้าหรือบริการที่กำหนดเป้าหมายไว้เท่านั้น) ด้วยมูลค่าตลาดที่ ราว 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เหรียญนี้ได้รับความนิยมและน่าจับตามองอย่างมาก

2. BNB : หรือ Binance Coin เป็นเหรียญที่ออกให้บริการโดย Binance.com โดยชูจุดเด่นเรื่องของการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินต่างๆ ได้ง่าย (เนื่องจาก Binance มีสกุลเงินดิจิตอลจำนวนมากที่เปิดให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยน) ด้วยมูลค่าตลาดที่ราวๆ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มันเป็นอีกเหรียญที่น่าจับตามองในปี 2021 (เหรียญ BNB มีขายที่กระดานเทรดของไทยด้วย เช่น Bitkub)

3. XLM : เป็นเหรียญที่มีจุดเด่นในเรื่องของการเป็นตัวกลางชำระเงินระหว่างธนาคารและเงิ นดิจิตอล ซึ่งด้วยมูลค่าตลาดราวๆ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เหรียญนี้ค่อนข้างน่าสนใจอย่างมากครับ

4. Litecoin : เป็นเหรียญที่มีจุดเด่นเรื่องของการโอนเงินรวดเร็ว มีลักษณะการทำงานที่คล้ายกับบิทคอยน์ และขนาดตลาดราวๆ 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่แปลกที่เหรียญนี้จะเป็นอีกหนึ่งเหรียญ ที่น่าจับตามองอย่างมาก บท Bitkub ครับ

5. Dogecoin : จัดว่าเป็นเหรียญที่ อาจจะไม่ได้มีจุดเด่นมากนัก เพราะเป็นเหรียญที่สร้างมาขำๆ เท่านั้น แต่ด้วยความที่มันเป็นเหรียญกระแสแรง จึงทำให้ได้รับความนิยมจากนักลงทุน จนมีมูลค่าตลาดที่ราวๆ 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

เหตุผลว่าทำไมซื้อบิทคอยน์ ดีกว่าซื้อทองคำ

1. การซื้อบิทคอยน์ไม่ต้องมีที่เก็บ ไม่ว่าคุณจะมีบิทคอยน์มากเท่าไหร่ก็สามารถเก็บไว้ในกระเป๋าดิจิตอลได้ (ทั้งแบบ Hot และ Cold Wallet) ในขณะที่หากคุณซื้อทองคำ จำนวนมากๆ (ในราคาเท่ากับที่ซื้อบิทคอยน์) จะต้องมีที่เก็บ เช่น ตู้เซฟ หรือหีบนิรภัย ในธนาคาร เป็นต้น เรียกว่ายุ่งยาก และ ต้องระมัดระวังป้องกันสูงกว่าบิทคอยน์มาก ทองคำจึงเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ดีเท่ากับบิทคอยน์ในปัจจุบัน

2. บิทคอยน์เหมาะสำหรับการใช้งานในยุคสังคมไร้เงินสดมากกว่า เพราะสามารถโอนชำระค่าสินค้าหรือบริการได้เลย ในขณะที่หากเป็นทองคำคุณจะต้องขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดก่อน จากนั้นเอาเข้าระบบธนาคาร เพื่อโอนชำระค่าสินค้า เรียกว่ายุ่งยากมากๆ

3. ทองคำไม่คล่องตัว ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้าย เช่นกรณีย้ายที่อยู่อาศัยคุณต้องขนทองคำไปด้วย จะเสียค่าขนส่ง และต้องรักษาความปลอดภัยอย่างดี ในขณะที่บิทคอยน์ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพราะตัวเงินอยู่ในระบบดิจิตอลทั้งหมด ไม่มีตัวตนให้จับต้อง จึงไม่ต้องระมัดระวังในการขนย้าย

4. บิทคอยน์ซื้อง่าย ขายคล่อง ผ่านแพลตฟอร์มทั่วโลก (ของไทยก็มี Bitkub) ในขณะที่ทองคำนั้น ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ ยกตัวอย่างเช่นคุณต้องการขายทองคำให้กับคนซื้อที่ต่างประเทศ ต้องมีค่าขนส่งจำนวนมาก แต่บิทคอยน์คือโอนได้โดยตรงเลย อย่างไรก็ตาม ทองคำ ดีกว่าบิทคอยน์ในบางเรื่อง เช่น การใช้เป็นของขวัญสำหรับคนที่คุณรัก และใช้เป็นเครื่องประดับ (แหวน , สร้อยคอ , กำไล ฯลฯ) ซึ่งตรงนี้บิทคอยน์ไม่สามารถตอบโจทย์ให้คุณได้ ดังนั้นนักลงทุนทองคำไม่ต้องเสียใจหรือตกใจ คุณสามารถลงทุนกับทองคำได้ตามปกติ เพราะอย่างไรก็ยังได้รับความนิยมสูงอยู่นั่นเอง

เทรนด์การเทรดเหรียญ Altcoin ในปี 2021 ใน Bitkub

1. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องอิทธิพลของเหรียญ Bitcoin กับเหรียญ Altcoin โดยควรทราบว่าเมื่อไหร่จะซื้อหรือขายเหรียญ Altcoin โดยมากนั้นเมื่อถ้าหากราคาบิทคอยน์เพิ่มสูงขึ้น คุณควรที่จะเข้าซื้อเหรียญ Altcoin เอาไว้ เพราะมันจะมีมูลค่าลดลง (ส่วนใหญ่) แต่ในทางตรงกันข้าม หาก BTC นั้นราคาต่ำลงจากการเริ่มถูกเทขาย ให้คุณขาย Altcoin ที่ถือไว้ออกไปด้วย เพราะราคาของ Altcoin จะสูงขึ้น ในช่วง BTC ราคาตก

2. ลงทุนกับแพลตฟอร์ม ที่เปิดให้เคลื่อนย้ายหรือแลกเปลี่ยนเหรียญได้ง่าย เช่น Binance , Bitkub , Satang PRO etc… ซึ่งจะมีความคล่องตัวในการสลับลงทุนกับทั้ง Bitcoin และ Altcoin

3. อย่ากลัวที่จะพลาดโอกาสเกินไป (อาการ FOMO) ให้ตั้งสติเอาไว้ อย่าแตกตื่นเมื่อเห็นตลาด Altcoin เริ่มคึกคัก ให้ศึกษาข้อดีข้อเสียของเหรียญที่สนใจให้ดีก่อน อย่าเพิ่งรีบเข้า ไม่อยากนั้นอาจจะติดดอยได้ง่ายๆ

4. อย่าถือ Altcoin เป็นเวลานานเกินไป ให้ทำกำไรเมื่อมีโอกาสทันที ไม่ว่าเหรียญนั้นจะมีศักยภาพมากแค่ไหนก็ตาม จำไว้ว่าเหรียญที่เหมาะสำหรับการถือยาว คือ เหรียญ Bitcoin เท่านั้นครับ (ถ้าถือเหรียญ Altcoin เอาไว้นานเกินไป อาจส่งผลทำให้ติดดอยได้ เพราะ เหรียญ Altcoin นั้นจะมีระยะเวลาขาขึ้นไม่นานมากนัก ถ้าเทียบกับบิทคอยน์)

5. แน่นอนว่าอย่าลืมกระจายพอร์ตการลงทุนของคุณครับ อย่าลงทุนแค่ Altcoin ตัวใดตัวหนึ่ง ตามหลักการกระจายความเสี่ยง อย่างไรก็ตามให้จำไว้เสมอว่า หลักๆ แล้วคุณจะต้องแบ่งสัดส่วนการลงทุนไปที่ Bitcoin เป็นอันดับแรกก่อน เพราะเป็นเหรียญที่มีมูลค่ามากที่สุดและมีโอกาสมากกว่าเสมอ

***Altcoin คือ เงินดิจิตอลสกุลอื่นๆ นอกเหนือจาก Bitcoin***

ไบนารี่ ออพชั่น ไม่เหมาะกับใคร

แม้ว่าไบนารี่ ออพชั่น จะเป็นการลงทุนรูปแบบใหม่ ที่หลายๆ คน (โดยเฉพาะนักลงทุนรุ่นใหม่ๆ) ต่างชื่นชอบ เพราะสะดวกและสามารถลงทุนที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามหลายๆ คนก็อาจจะไม่ชอบการลงทุน ผ่านไบนารี่ ออพชั่นก็เป็นได้ โดยคนที่ไม่เหมาะกับการลงทุน ไบนารี่ ออพชั่น ได้แก่

– ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแบบเดิมๆ : หรือพูดง่ายๆ ก็คือว่าหากคุณเป็นคนที่ชอบลงทุนแบบเป็นขั้นเป็นตอน ทำอะไรต้องมีเอกสารรับรองเสมอ แบบนี้อาจจะไม่เหมาะกับการเทรดผ่านไบนารี่ ออพชั่นก็ได้ เพราะการลงทุนผ่านไบนารี่ ออพชั้นนั้นจะเน้นที่ความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนการลงทุนแบบเดิมๆ และที่สำคัญ การลงทุนประเภทนี้ ลดการใช้งานเอกสารไปได้เยอะ

– ผู้ที่ใช้เทคโนโลยีไม่เป็น หรือไม่คล่อง : แน่นอนว่าสำหรับการเทรดไบนารี่ ออพชั้น จำเป็นต้องมีการเทรดผ่านสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากคุณรู้ตัวว่าไม่เก่งเทคโนโลยี ก็อาจจะไม่เหมาะกับการลงทุนแบบนี้ครับ (แต่ที่จริงเรื่องเทคโนโลยี มันเป็นเรื่องที่ฝึกหรือหัดกันได้)

– ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงไม่ได้ : ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงไม่ได้ หมายถึงผู้ไม่กล้าที่จะเอาเงินของตนมาลงทุน เพื่อให้เกิดผลตอบแทน เพราะเขากลัวว่าการลงทุนจะสูญเปล่า สำหรับผู้ที่คิดแบบนี้ ไม่เหมาะกับการเทรดผ่านไบนารี่ ออพชั่น (และไม่เหมาะกับการลงทุนใดๆ เลย)

– ผู้ที่ไม่กล้าเปิดรับอะไรใหม่ๆ : หลายคนเป็นพวกหัวเก่า ชอบคิดว่าอะไรใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ดี หรือไม่น่าลงทุนเสมอ หากคุณเป็นคนแบบนี้ ย่อมไม่เหมาะกับการเทรดผ่านไบนารี่ ออพชั่นครับ